Solar Hybrid Microgrid สำหรับเสาโทรคมนาคมห่างไกล — Diesel กลายเป็นแค่ Backup
สถานีฐาน 4G/5G นอกระบบสายส่งและรีพีทเตอร์ไมโครเวฟใช้น้ำมันดีเซล 8,000-15,000 ลิตรต่อไซต์ต่อปี ต้นทุนจริงอยู่ที่การขนน้ำมัน การถูกขโมย เวลาที่ระบบล่ม และ Scope 1 emissions LEONICS ออกแบบด้วย Solar PV + LiFePO4 + Hybrid Inverter ให้ดีเซลเดินเฉพาะเมื่อจำเป็น จะลดน้ำมันได้เท่าไรขึ้นกับโหลดของเสา ขนาด PV และแบตเตอรี่ที่ออกแบบไว้ และแสงแดดของพื้นที่ — เสาโหลด 3 kW ที่ออกแบบตามตัวอย่างในหน้านี้ลดได้ราว 60-80%
เป็นค่าที่ได้จากการออกแบบระบบสำหรับงานลักษณะนี้ ไซต์หนึ่งจะได้เท่าไรขึ้นกับรูปแบบการใช้ไฟ ขนาด PV และแบตเตอรี่ที่ออกแบบไว้ และอัตราค่าไฟของไซต์นั้น — ตัวอย่างคำนวณด้านล่างแสดงค่าที่ใช้ตั้งต้น
ปัญหาที่ลูกค้าเจอ
เสาสัญญาณในพื้นที่นอกกริดหรือไฟไม่เสถียรต้องพึ่งเครื่องปั่นไฟดีเซล — ค่าน้ำมันแพง ดูแลยากเมื่อมีหลายร้อยไซต์ และทุกชั่วโมงที่ไฟดับคือการผิดสัญญา SLA เรื่องความครอบคลุมของผู้ให้บริการ
- ค่าน้ำมันดีเซลสูง — BTS นอกกริดต้องเดินเครื่องดีเซล 24 ชม. — ค่าน้ำมันบวกค่าขนส่งไปไซต์ไกลคือต้นทุนก้อนใหญ่ที่สุดของเสา
- ไฟดับแล้วโดนปรับ SLA — ถ้าเครื่องปั่นไฟเสีย เสาก็ล่มทันที สัญญาณหาย และผิดสัญญา SLA เรื่องเวลาให้บริการ
- แบตเตอรี่เสื่อมเร็ว — แบตตะกั่ว-กรดเสื่อมไวเพราะอากาศร้อนและถูกใช้งานหนักทุกวัน ต้องเปลี่ยนบ่อยและมีค่าใช้จ่ายสูง
- ไซต์ห่างไกลไม่มีผู้ดูแล — มีถึง 134 ไซต์ใน 7 ภาค ถ้าไม่มีระบบดูสถานะจากระยะไกล กว่าจะรู้ว่าเสาไหนเสียก็ตอนสัญญาณหายไปแล้ว
- ไฟจากการไฟฟ้าไม่เสถียร — แม้ไซต์ที่มีไฟการไฟฟ้าก็ยังเจอไฟตกและแรงดันแกว่ง ทำให้อุปกรณ์โทรคมนาคมทำงานหนักและดับได้
เดิมเสาสัญญาณเดินด้วยดีเซลโดยมีโซลาร์ช่วย การกลับลำดับนี้คือสิ่งที่ทำให้ชั่วโมงเดินเครื่องลดลง และเสายังได้ไฟ DC ต่อเนื่องตลอด
ผังจำลอง — ชนิดแบตเตอรี่ ขนาด PV และชั่วโมงเดินเครื่องขึ้นกับความเข้มแสงและโหลดของแต่ละไซต์