ตลาดไฟฟ้าไทยเพิ่งเปิดเสรี — อะไรที่เปลี่ยนไป
เป็นเวลาหลายสิบปีที่ผู้ประกอบการในประเทศไทยสามารถซื้อไฟฟ้าได้จากแหล่งเดียว คือการไฟฟ้าของรัฐ ตั้งแต่ เดือนมกราคม 2569 สถานการณ์เปลี่ยนไป โครงการนำร่อง Direct PPA ขนาด 2,000 MW เปิดให้ผู้ใช้ไฟฟ้ารายใหญ่ที่มีคุณสมบัติทำ สัญญาซื้อขายไฟฟ้าโดยตรง (Direct Power Purchase Agreement) กับผู้พัฒนาโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนภาคเอกชน และรับไฟฟ้านั้นผ่านระบบสายส่งของรัฐด้วยกลไก Third Party Access (TPA) นับเป็นการเปิดเสรีตลาดไฟฟ้าอย่างมีนัยสำคัญครั้งแรกในรอบหลายสิบปี
Direct PPA และ TPA คืออะไร
Direct PPA คือสัญญาระยะยาวในการซื้อไฟฟ้าโดยตรงจากโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนแห่งใดแห่งหนึ่ง แทนการซื้อผ่านอัตราค่าไฟฟ้ารวมของการไฟฟ้า ส่วน Third Party Access (TPA) คือกลไกที่ทำให้เป็นไปได้ กล่าวคือ ไฟฟ้าจากผู้ผลิตจะถูกส่งผ่าน (wheeling) ระบบสายส่งของรัฐที่มีอยู่เดิมไปยังสถานประกอบการของผู้ซื้อ โดยผู้ซื้อชำระค่าบริการสายส่ง (wheeling charge) สำหรับการใช้โครงข่ายดังกล่าว
โดยสรุป:
- ผู้พัฒนาสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนที่พัฒนาขึ้นใหม่ (พลังงานแสงอาทิตย์ และในอนาคตอาจรวมพลังงานลมหรือระบบผสม)
- โรงไฟฟ้าดังกล่าวขายไฟฟ้าให้สถานประกอบการของคุณภายใต้สัญญา Direct PPA
- ไฟฟ้าถูกส่งผ่านระบบสายส่งของรัฐ (TPA) โดยมีค่าบริการโครงข่าย
- คุณได้รับไฟฟ้าที่พิสูจน์ได้ว่ามาจากพลังงานหมุนเวียน
เหตุใดจึงสำคัญในเวลานี้
- ไฟฟ้าสีเขียวในปริมาณมาก — เกินกว่าที่หลังคาเพียงแห่งเดียวจะผลิตได้
- ไฟฟ้าหมุนเวียนที่ตรวจสอบได้ — จำเป็นต่อ CBAM, RE100 และข้อกำหนดของห่วงโซ่อุปทานบริษัทข้ามชาติ
- การป้องกันความผันผวนของราคาเชื้อเพลิง — ราคาตามสัญญา PPA ที่แน่นอน แทนอัตราค่าไฟที่ผูกกับราคาก๊าซ
- การจัดหาที่รวดเร็วขึ้นสำหรับ Data Center — โครงการนำร่องออกแบบโดยคำนึงถึงความต้องการระดับ hyperscale ซึ่งมีเม็ดเงินลงทุนได้รับอนุมัติแล้วจำนวนมาก
ผู้มีสิทธิ์ (เงื่อนไขระยะนำร่อง)
รอบนำร่องนี้เปิดให้ Data Center เท่านั้น เงื่อนไขที่ประกาศไว้คือ ต้องได้รับการส่งเสริมการลงทุนจาก BOI, มีฐานโหลดของระบบไอที ตั้งแต่ 50 MW ขึ้นไป, มีแผนโหลดและการจัดหาระยะ 10 ปี และมีเจตนาใช้พลังงานหมุนเวียน 100% ทั้งนี้ โรงไฟฟ้าที่จ่ายไฟให้คุณต้องพัฒนาขึ้นใหม่ ไม่ใช่โรงไฟฟ้าเดิมที่จ่ายไฟเข้าระบบอยู่แล้ว
โรงงานทั่วไปไม่ว่าจะขนาดใหญ่เพียงใด ยังไม่เข้าเกณฑ์ ของรอบนำร่อง การขยายไปสู่ผู้ใช้ไฟฟ้าเชิงพาณิชย์และอุตสาหกรรมทั่วไปเป็นทิศทางที่ระบุไว้ แต่ยังไม่ใช่กติกาในวันนี้ ดังนั้นแผน Direct PPA ของโรงงานควรอยู่ในขั้นเตรียมความพร้อม ยังไม่ใช่ขั้นลงนาม
เปรียบเทียบ Direct PPA กับโซลาร์บนหลังคา และไฟจากระบบ
| Direct PPA (TPA) | โซลาร์บนหลังคา (onsite) | อัตราค่าไฟปกติ | |
|---|---|---|---|
| ขนาด | ใหญ่ (MW ถึงหลายสิบ MW) | จำกัดด้วยพื้นที่หลังคา | ไม่จำกัด |
| เงินลงทุนเริ่มต้น | ไม่มี (ซื้อเป็นพลังงาน) | เป็นเจ้าของ หรือผ่าน Solar PPA | ไม่มี |
| การพิสูจน์พลังงานหมุนเวียน | ได้ ตามสัญญา | ได้ ณ สถานที่ | ไม่ได้ (ไฟรวม) |
| ค่าบริการโครงข่าย | มี (wheeling) | ไม่มี | รวมอยู่แล้ว |
| เหมาะกับ | โหลดขนาดใหญ่ 24 ชม., Data Center | การใช้ไฟกลางวัน | ไฟฟ้าพื้นฐาน |
แนวทางการเตรียมตัว
- วัดโปรไฟล์โหลด — โปรไฟล์โหลดจริงรายช่วง 15 นาทีตลอดทั้งปีแสดงปริมาณและช่วงเวลาการใช้ไฟฟ้า
- กำหนดเป้าหมายพลังงานหมุนเวียน — 100% หรือใช้แบบผสมระหว่าง onsite และ Direct PPA
- วิเคราะห์ความคุ้มค่า — เปรียบเทียบราคา PPA รวมค่าบริการโครงข่าย กับอัตราค่าไฟปัจจุบัน ตลอดอายุสัญญา 10 ปีขึ้นไป
- เลือกพันธมิตรที่มีความสามารถ — ผู้ที่พัฒนาโรงไฟฟ้า ผสานโซลาร์และ BESS ในพื้นที่ และจัดทำระบบมอนิเตอร์และรายงานคาร์บอนได้
บทบาทของ LEONICS
LEONICS ออกแบบและก่อสร้างในส่วนของการผลิตไฟฟ้า — ระบบ Solar PV, BESS และไมโครกริด — พร้อมระบบบริหารพลังงาน GridMind AI และรายงานคาร์บอนอัตโนมัติ (การผลิตพลังงานหมุนเวียนและ Scope 2 ที่หลีกเลี่ยงได้) ไม่ว่าคุณจะเลือก Direct PPA, ระบบโซลาร์ + BESS ในพื้นที่ หรือแบบผสม จุดเริ่มต้นเหมือนกัน คือการศึกษาความเป็นไปได้จากข้อมูลโหลดจริงของคุณ
คำถามที่พบบ่อย
โรงงานทุกแห่งทำ Direct PPA ได้เลยหรือไม่
ยังไม่ได้ รอบนำร่องปี 2569 จำกัดเฉพาะ Data Center ที่ได้รับการส่งเสริมจาก BOI และมีฐานโหลด IT ตั้งแต่ 50 MW ขึ้นไป โรงงานทั่วไปยังลงนาม Direct PPA ไม่ได้ตามกติกาปัจจุบัน ไม่ว่าจะใช้ไฟมากเพียงใด สิ่งที่โรงงานทำได้ตอนนี้คือจัดระเบียบ load profile และระบบผลิตไฟในพื้นที่ให้พร้อม เพื่อจะได้เคลื่อนไหวได้ทันทีหากเงื่อนไขเปิดกว้างขึ้นยังต้องชำระค่าบริการโครงข่ายหรือไม่
ต้องชำระ โดยมีค่าบริการสายส่ง (wheeling charge) สำหรับการใช้ระบบสายส่งของรัฐ ราคา PPA รวมกับค่าบริการดังกล่าวคือสิ่งที่นำไปเปรียบเทียบกับอัตราค่าไฟปัจจุบันหากทำ Direct PPA ได้ โซลาร์ในพื้นที่ยังคุ้มค่าอยู่หรือไม่
โดยทั่วไปยังคุ้มค่า เนื่องจากโซลาร์ + BESS ในพื้นที่ช่วยลดการใช้พลังงานกลางวันและ Demand Charge หลังมิเตอร์ ขณะที่ Direct PPA ครอบคลุมโหลดส่วนที่เหลือด้วยพลังงานสีเขียวสัญญา Direct PPA มีระยะเวลาเท่าใด
โดยทั่วไปเป็นสัญญาระยะยาว 10 ปีขึ้นไป ซึ่งเป็นปัจจัยที่ทำให้ราคามีเสถียรภาพและรองรับการจัดหาเงินทุนสร้างโรงไฟฟ้าใหม่แนวทางการเริ่มต้น
ก่อนตัดสินใจ ควรจำลองโหลดและเปรียบเทียบระหว่าง Direct PPA, ระบบโซลาร์ + BESS ในพื้นที่ หรือแบบผสม LEONICS ให้บริการวิเคราะห์ความเป็นไปได้ Solar Insight Pro สำหรับโรงงานโดยไม่มีค่าใช้จ่าย พร้อมออกแบบระบบผลิตไฟฟ้า ระบบกักเก็บพลังงาน และระบบบริหารพลังงานให้สอดคล้องกัน
ดูรายละเอียดที่ โซลูชัน Utility และ IPP หรือ ปรึกษาทีมวิศวกร LEONICS
