เหตุใดโซลาร์ระดับ Utility จึงน่าสนใจในเวลานี้
การเปลี่ยนแปลงสองประการทำให้การลงทุนโซลาร์ขนาดใหญ่ในประเทศไทยน่าสนใจขึ้น ประการแรก ร่าง PDP 2024 ตั้งเป้าให้พลังงานหมุนเวียนมีสัดส่วน 51% ของกำลังผลิตภายในปี 2037 จากประมาณ 20% ในปัจจุบัน ขณะที่ระบบไฟฟ้าลดการพึ่งพาก๊าซ ทั้งนี้ ร่างแผนดังกล่าวเปิดรับฟังความเห็นเมื่อ มิ.ย. 2567 และยังไม่ประกาศใช้ จึงเป็นการบอกทิศทาง ไม่ใช่ตารางการรับซื้อไฟที่ผูกพันแล้ว ประการที่สอง กลไก Direct PPA / Third Party Access ใหม่เปิดให้ผู้ผลิตเอกชนขายไฟตรงให้ผู้ซื้อองค์กรรายใหญ่ เพิ่มช่องทางเข้าสู่ตลาดนอกเหนือจากสัญญากับการไฟฟ้าแบบเดิม โรงไฟฟ้าแบบติดตั้งบนพื้นครองสัดส่วนส่วนใหญ่ของกำลังผลิตโซลาร์ในไทยอยู่แล้ว และฐานนี้มีแนวโน้มเติบโตต่อ
Solar Farm / IPP คืออะไร
Solar Farm คือโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ระดับ Utility ที่ติดตั้งบนพื้น (หรือลอยน้ำ) เมื่อสร้างขึ้นเพื่อขายไฟฟ้าให้ผู้อื่น เจ้าของจะทำหน้าที่เป็น Independent Power Producer (IPP) คือบริษัทเอกชนที่ผลิตไฟฟ้าและขายภายใต้สัญญา แทนการใช้เองในสถานที่
เส้นทางการพัฒนาโครงการ
Solar Farm เป็นโครงการ ไม่ใช่การซื้อสินค้า เส้นทางจากแนวคิดสู่สินทรัพย์ที่เดินเครื่องได้ผ่านหลายขั้นตอน:
- ศึกษาความเป็นไปได้ (feasibility) — ประเมินศักยภาพแสงแดด สถานที่ที่เป็นไปได้ จุดเชื่อมกริด รวมถึงการรับซื้อไฟและความคุ้มค่า
- ที่ดิน — จัดหาที่ดินที่เหมาะสม (เป็นเจ้าของหรือเช่าระยะยาว) ที่มีภูมิประเทศเหมาะสมและเงาบังน้อย
- การเชื่อมกริด — ยืนยันจุดเชื่อมต่อที่มีความจุเพียงพอ ซึ่งมักเป็นปัจจัยชี้ขาด
- สัญญารับซื้อไฟ (offtake / PPA) — กำหนดว่าใครเป็นผู้ซื้อไฟ ทั้งสัญญากับการไฟฟ้า Direct PPA กับผู้ซื้อเอกชน หรือแบบผสม
- การจัดหาเงินทุน — จัดโครงสร้างการลงทุนบนพื้นฐานของ PPA ที่ธนาคารยอมรับและผู้รับเหมา EPC ที่น่าเชื่อถือ
- EPC (ก่อสร้าง) — ออกแบบ จัดหา และก่อสร้างโรงไฟฟ้า
- O&M (เดินระบบ) — เดินและบำรุงรักษาตลอดอายุ 25 ปีขึ้นไป พร้อมระบบมอนิเตอร์และการบริหารประสิทธิภาพ
รูปแบบรายได้
- PPA กับการไฟฟ้า / feed-in — ขายให้การไฟฟ้าของรัฐภายใต้สัญญาระยะยาว
- Direct PPA (TPA) — ขายตรงให้ผู้ซื้อองค์กรรายใหญ่ผ่านกริด ซึ่งเป็นทางเลือกที่เปิดขึ้นจากโครงการนำร่องปี 2569
- Merchant / แบบผสม — ผสมกันตามกฎระเบียบและความต้องการของผู้ซื้อ
สี่ปัจจัยที่ตัดสินความสำเร็จ
- ศักยภาพแสงแดด — ค่าความเข้มแสงของสถานที่กำหนดปริมาณพลังงานที่ผลิตได้
- ที่ดิน — ที่ดินเหมาะสมและเงาบังน้อยในปริมาณเพียงพอและต้นทุนที่รับได้
- ความจุกริด — จุดเชื่อมต่อที่รับกำลังผลิตของโรงไฟฟ้าได้จริง
- การรับซื้อไฟ — สัญญาที่มั่นคงและธนาคารยอมรับ
BESS กำลังกลายเป็นส่วนหนึ่งของโรงไฟฟ้า
ระบบกักเก็บพลังงานถูกรวมเข้ากับ Solar Farm มากขึ้น BESS ช่วยเสริมความเสถียรของกำลังผลิตโซลาร์ที่ผันผวน ลด curtailment (พลังงานที่กริดรับไม่ได้ในช่วงกลางวัน) ย้ายพลังงานไปยังช่วงที่มีมูลค่าสูงกว่า และให้บริการเสริมความมั่นคงแก่ระบบได้ สำหรับ Solar Farm สมัยใหม่ ระบบกักเก็บมักเป็นสิ่งที่เปลี่ยนพลังงานส่วนเกินช่วงกลางวันให้เป็นการจ่ายที่เชื่อถือได้และมีมูลค่าสูงขึ้น
บทบาทของ LEONICS
LEONICS มอบองค์ประกอบของโรงไฟฟ้าระดับ Utility ทั้ง การออกแบบ Solar PV และ BESS, Modular PCS, ระบบ SCADA ไมโครกริด และ GridMind AI สำหรับการสั่งจ่ายแบบพยากรณ์ล่วงหน้า พร้อมระบบมอนิเตอร์และรายงานคาร์บอนอัตโนมัติ ตั้งแต่ศึกษาความเป็นไปได้ ไปจนถึง EPC และ O&M โดยออกแบบจากสถานที่ กริด และการรับซื้อไฟ
คำถามที่พบบ่อย
อะไรมักทำให้โครงการ Solar Farm หยุดชะงัก
ส่วนใหญ่คือความจุกริด คือจุดเชื่อมต่อที่รับกำลังผลิตของโรงไฟฟ้าไม่ได้ หรือการขาดสัญญารับซื้อไฟที่มั่นคง ทั้งสองอย่างถูกตรวจสอบในขั้นศึกษาความเป็นไปได้ขายให้ผู้ซื้อเอกชนแทนการไฟฟ้าได้หรือไม่
โครงการนำร่อง Direct PPA ปี 2569 เปิดช่องทางนี้สำหรับโครงการและผู้ซื้อที่มีคุณสมบัติ ควบคู่กับสัญญากับการไฟฟ้าแบบเดิมจำเป็นต้องมีแบตเตอรี่หรือไม่
ไม่เสมอไป แต่ BESS เพิ่มมูลค่ามากขึ้นเรื่อย ๆ ด้วยการเสริมความเสถียร ลด curtailment และเพิ่มราคาของไฟที่ขายได้ จึงควรจำลองในขั้นศึกษาความเป็นไปได้Solar Farm มีอายุการใช้งานนานเท่าใด
แผงมักรับประกันประสิทธิภาพประมาณ 25 ปี และโรงไฟฟ้าที่บริหารดีเดินเครื่องได้ตลอดช่วงเวลาดังกล่าวด้วยการ O&M ที่เหมาะสมแนวทางการเริ่มต้น
Solar Farm เริ่มจากการศึกษาความเป็นไปได้ ทั้งศักยภาพแสงแดด ที่ดิน กริด และการรับซื้อไฟ ที่จำลองไปพร้อมกัน LEONICS สนับสนุนโครงการ Utility และ IPP ตั้งแต่ศึกษาความเป็นไปได้ไปจนถึง EPC และการเดินระบบ
ดูรายละเอียดที่ โซลูชัน Utility และ IPP หรือ ปรึกษาทีมวิศวกร LEONICS
